2015/03/21

กีฬารักบี้เป็นกีฬาที่ผู้แข่งต้องให้เกียรติกันอย่างมาก

กีฬารักบี้ และอเมริกันฟุตบอล จัดอยู่ในประเภทเดียวกับกีฬาฟุตบอล แต่วิธีเล่านแตกต่างกันไป กติกาการเล่นก็ไม่เหมือนกัน เกมการเล่นของกีฬาทั้งสองประเภทนี้ แม้จะมีวิวัฒนากรมาจากฟุตบอล แต่มีความดุเดือด รุนแรงสร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้ชมมิใช่น้อย ผู้ที่ให้กำเนิดกีฬารักบี้ คนแรกในโลกนั้น นักประวัติศาสตร์ ได้บันทึกไว้ว่า กีฬารักบี้ เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศอังกฤษผู้ที่คิดเกมการเล่นรักบี้เป็นนักศึกษาหนุ่ม ชื่อ วิลเลี่ยม เว็มป์ แอลลิส จุดเริ่มต้นที่เกิดขึ้น

ในสมัยก่อนยุคแรกเริ่มกีฬารักบี้เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมค่อนข้างสูง มีผู้มาเข้าชมเป็นจำนวนมาก แข่งขันทีไรก็จะมีผู้เข้าชมแน่นเต็มสนามเกือบทุกครั้ง แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนทำให้เด็กๆ รุ่นใหม่ไม่ให้ความสนใจหรือเล่นกีฬารักบี้น้อยลง

ภาพของการเล่นรักบี้ในสายตาของคนที่ไม่ใช่นักกีฬา อาจมองเห็นเพียงเกมที่เล่นรุนแรงแบบถึงเนื้อถึงตัว นักกีฬารูปร่างแข็งแรง เตรียมป้องกันตัวพร้อมรับการถาโถมเข้ามาของอีกฝ่ายอย่างเต็มที่ ภาพเหล่านั้นอาจทำให้หลายคนรู้สึกขยาดกับการเล่นกีฬาชนิดนี้ แต่ในความคิดความรู้สึกของผู้เล่นจริงๆ อย่างชมรมรักบี้ฟุตบอล สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มองว่ารักบี้คือกีฬาชนิดหนึ่ง เป็นเกมที่ทำให้พวกเขา ‘แพ้เป็น’ เป็นกีฬาที่ลดความรุนแรงของนิสัยในแต่ละบุคคลได้เป็นอย่างดี เพราะกฎระเบียบที่กำหนดไว้อย่างเข้มงวดในการเล่น ทำให้เรียกได้ว่า รักบี้ เป็น กีฬาลูกผู้ชาย

“คนมองหรือคนที่ไม่เคยดูกีฬานี้ก็อาจจะคิดว่า กีฬาอะไร ถือลูกวิ่งชนกัน ไหนจะล้มทับ ผลักหน้า มีหมด แต่สิ่งหนึ่งที่กีฬาประเภทอื่นไม่มีเลยตั้งแต่เห็นมา ก็คือทุกครั้งที่แข่งเสร็จผู้ชนะ ก็จะตบมือให้ผู้แพ้ และไปตั้งซุ้มต้อนรับผู้แพ้ออกจากสนาม แล้วจับมือขอโทษกัน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเกมจะจบหลังจากนกหวีดเป่า นั่นคือสปิริตที่เราหาไม่ได้ในกีฬาอื่น ซึ่งเราผูกพันและสร้างมาในการแข่งขันทุกครั้งว่า การเล่นกีฬารักบี้ไม่ใช่ การเอาแรงเข้าไปทุบหรือทำลายห้ำหั่นเพื่อเอาชนะเพียงอย่างเดียว แม้จะเป็นการเล่นด้วยความรุนแรง แต่ทุกคนก็จะรู้ว่ารักบี้คือ กีฬาลูกผู้ชาย เป็น กีฬาสุภาพบุรุษ ฉะนั้นเวลาเราแข่งขันเสร็จ ทุกคนก็คือพี่น้อง มีการจับมือ ขอโทษกัน ให้อภัยกัน เพราะว่ารักบี้เป็นกีฬาที่ผู้แข่งต้องให้เกียรติกันอย่างมาก”

2015/02/13

รักบี้ฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 29

การแข่งขันกีฬาเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัย หลายคนมักจะนึกถึงงานฟุตบอลประเพณีระหว่างจุฬา-ธรรมศาสตร์ น้อยคนนักที่จะรู้จักและทราบถึงประวัติความเป็นมาของกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นงานกีฬาประเพณีที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนานที่จัดขึ้นครั้งแรกในเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2503 โดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดการแข่งขันด้วยพระองค์เอง ได้พระราชทานถ้วยรางวัล “มหิดล” แก่ผู้ชนะในการแข่งขัน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนกระทั้งเมื่อปี พ.ศ.2527 (ครั้งที่ 22) ได้จัดการแข่งขันขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายและงดทำการแข่งขันไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2528-2548 และได้เริ่มจัดการแข่งขันขึ้นใหม่ในปี พ.ศ.2549 ถือเป็นการจัดการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 23 มาจนถึงปัจจุบัน โดยทั้งสองมหาวิทยาลัยผลัดกันเป็นเจ้าภาพ

ความเป็นมาของการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์นั้น เริ่มต้นโดยคณะกลุ่มบุคคลจากนักรักบี้ฟุตบอลที่เคยเป็นนิสิตนักศึกษาเก่าของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ร่วมกันจัดการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลประเพณีขึ้นโดยวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์และความสามัคคีของนักกีฬารักบี้ฟุตบอลของทั้งสองมหาวิทยาลัยและผู้เกี่ยวข้องซึ่งประกอบด้วย คณาจารย์ ศิษย์เก่า และนิสิตนักศึกษาปัจจุบัน ซึ่งทำหน้าที่ร่วมกันในการจัดการแข่งขันเป็นประจำทุกปีโดยหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันเป็นผู้จัดการแข่งขัน และเป็นแบบอย่างที่ดีในการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลให้แก่เยาวชนของชาติ ซึ่งผู้เข้าแข่งขันประกอบไปด้วยนิสิตหรือนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่หรือเคยศึกษาหรือจบการศึกษาแล้ว

เรียกได้ว่าเป็นการแข่งขันกีฬาระหว่างมหาวิทยาลัยที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมากทุกปี สำหรับงานฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ แต่ในปีนี้ มีอีกหนึ่งการแข่งขันที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นก็คือ งานรักบี้ฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 29 ซึ่งมีกำหนดแข่งขันในวันที่ 31 มกราคม 2558 ณ สนามกีฬา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต งานนี้ไม่ใช่แค่เกมกีฬาเท่านั้นที่น่าสนใจ เนื่องจากทั้ง 2 มหาวิทยาลัย ต่างก็มีการปล่อยโปสเตอร์โปรโมทกิจกรรมดังกล่าว มาประชันกันแบบไม่มีใครยอมใคร โดยทางฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้มีการเผยโปสเตอร์นักรักบี้หนุ่มหุ่นหล่อล่ำ มาดเท่แบบนักกีฬามาเอาใจสาวๆ

2015/01/17

การช่วยส่งเสริมให้กีฬารักบี้ฟุตบอลกลับมาเป็นที่นิยมในเมืองไทย

Category: เรื่องธุรกิจ — Tags: – admin @ 2:13 pm

สำหรับการเล่นกีฬานั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายทุกชนิดกีฬา และรักบี้นั้นถือเป็นกีฬาหนึ่งที่มีประโยชน์เหมือนกัน และยังเป็นการสร้างความสามัคคีกันในทีม สำหรับรักบี้ในเมืองไทย ถือว่ามีต้นกำเนิดมายาวนาน และจะมีการแข่งขันมาเรื่อยๆอีกไม่นานก็จะมีการแข่งขันเกิดขึ้นโดย ดีเอชแอล บริษัทผู้นำระดับโลกในธุรกิจขนส่งด่วนระหว่างประเทศ ล่าสุดประกาศร่วมเป็นพันธมิตรด้านลอจิสติกส์อย่างเป็นทางการในการแข่งขัน “รักบี้เวิลด์คัพ 2015” โดยเปิดตัวโครงการเพื่อชิงรางวัล “นำส่งลูกรักบี้” สำหรับแฟนรักบี้ชาวไทยรุ่นเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 8 – 15 ปีบริบูรณ์

สำหรับการแข่งขัน “รักบี้เวิลด์คัพ 2015” จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 ซึ่งเป็นการแข่งขันรักบี้ชิงชนะเลิศของโลก ที่จัดขึ้นทุก 4 ปี โดยมีประเทศอังกฤษเป็นประเทศเจ้าภาพในปี 2558 ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2558

การแข่งขันทั้งสิ้นจะมีรอบแบ่งกลุ่ม 40 สนาม และรอบแพ้คัดออกอีก 8 สนาม โดยประเทศที่เล่นรักบี้ทั้ง 48 ชาติจะได้รับโอกาสให้ส่งเด็ก 1 คนพร้อมด้วยพ่อหรือแม่ หรือผู้ปกครองของเด็ก เข้าร่วมการโปรโมทการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย รางวัลสำหรับเด็กผู้โชคดีนั้น นอกจากการนำส่งลูกรักบี้ที่ใช้ในการแข่งขันอย่างเป็นทางการไปยังกรรมการผู้ตัดสินในสนาม ผู้ชนะยังจะได้รับตั๋วเข้าชมการแข่งขัน 2 ที่นั่ง ชุดอุปกรณ์การแข่งขันรักบี้ เวิลด์ คัพของดีเอชแอล (DHL RWC) ที่รวมถึงชุดยูนิฟอร์ม ลูกรักบี้ ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ และตั๋วเครื่องบินเพื่อต่อเครื่องไปยังเมืองและสถานที่ที่มีการแข่งขัน ที่พัก 2 คืน ของขวัญสมนาคุณพร้อมรูปถ่ายที่ระลึกในการนำส่งลูกรักบี้ไว้เป็น “ความทรงจำที่มีค่า”

ดีเอชแอลและสมาคมรักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วางแผนการทำโรดโชว์ ไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ นครราชสีมา ขอนแก่น ภูเก็ต เพื่อโปรโมทการแข่งขันให้ทั่วถึง เพื่อให้แน่ใจว่าเยาวชนที่อาศัยอยู่นอกกรุงเทพจะได้รับรู้ข่าวสาร และมีโอกาสเท่าเทียมกันในการเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ อนึ่ง กระบวนการในการค้นหาและตัดสินผู้ชนะจะเป็นไปอย่างโปร่งใสและได้มาตรฐาน

รักบี้เป็นกีฬาที่กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก ที่เล่นกันอย่างแพร่หลายในกว่า 100 ประเทศ และมีผู้ชมการถ่ายทอดการแข่งขันนัดสุดท้ายของรักบี้ เวิลด์ คัพ 2011 ถึง 102 ล้านคนทั่วโลก

เกี่ยวกับรักบี้ เวิลด์ คัพ
รักบี้ เวิลด์ คัพถือเป็นตัวขับเคลื่อนทางด้านการเงิน ที่อยู่เบื้องหลังการลงทุนและความก้าวหน้าอย่างไม่คาดคิดของกีฬารักบี้ทั่วทุกมุมโลก ส่วนเกินสุทธิจากรักบี้ เวิลด์ คัพที่ได้จากความสำเร็จทางการค้าและโฆษณาในฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ. 2550 และนิวซีแลนด์เมื่อปี พ.ศ. 2554 เอื้ออำนวยให้ทางคณะกรรมการรักบี้นานาชาติสามารถลงทุนไปกว่า 150 ล้านปอนด์ในช่วงปี พ.ศ. 2552 – 2555 และยังมีศักยภาพที่จะระดมเงินทุนเพิ่มลงไปอีกกว่า 180 ล้านปอนด์ ในการแข่งขันที่จัดขึ้นระหว่าปี พ.ศ. 2556 – 2559 เป็นการรับประกันให้เกิดกิจกรรมการระดมทุนครั้งใหญ่มากมาย ดังเช่น การให้เงินช่วยเหลือประจำปีแก่สหภาพรักบี้แห่งชาติทั้งหลาย และให้การส่งเสริมการลงทุนในด้านแผนพัฒนาต่างๆ โดยมุ่งประเด็นไปที่การสนับสนุนในด้านความก้าวหน้า และการเพิ่มจำนวนการแข่งขันระหว่างสมาชิกของสหภาพที่มีอยู่ 117 ประเทศ ซึ่งสหภาพนั้นนับเป็นองค์กรหนึ่งของคณะกรรมการ รักบี้นานาชาติ

2014/12/18

จุดกำเนิดการเล่นรักบี้ในเมืองไทยและเริ่มต้นได้อย่างไร

Category: เรื่องธุรกิจ — admin @ 5:34 pm

15

สำหรับรักบี้ในเมืองไทยนั้น เริ่มต้นด้วยชาวยุโรปโดยเฉพาะชาวอังกฤษที่เข้ามาทำการค้าหรือเข้ามาเป็นครูในโรงเรียนของรัฐ ได้นำรักบี้เข้ามาเล่น โดยใช้สถานที่เล่นคือทุ่งพระสุเมรุ (ท้องสนามหลวงปัจจุบัน) ต่อมาปี 2444 พระพุทธเจ้าหลวงได้ให้ใช้ที่ดินว่างเปล่าที่ทุ่งสระปทุมวันเป็นที่เล่นกีฬาของชาวต่างชาติที่อยู่ในเมืองไทย โดยใช้ชื่อว่า “ราชกรีฑาสโมสร” เกิดเป็นสโมสรกีฬาหลายชนิดมาถึงปี 2452 มีการเล่นรักบี้อย่างจริงจัง ทุกวันเสาร์โดยขั้นแรกเป็นการเล่นกันเองระหว่างต่างชาติล้วนๆหลังจากนั้นคนไทยที่ไปศึกษายังประเทศอังกฤษและเล่นรักบี้ที่นั่นเมื่อกลับมาเมืองไทยได้เข้าร่วมเล่นเรื่อยมา ครั้นต่อมาเมื่อมีจำนวนคนไทยและที่ไม่ใช่คนอังกฤษเล่นมากขึ้น ได้รวมตัวกันตั้งเป็นทีมแข่งขัน กันเอง 3ทีม คืออังกฤษ สก๊อตแลนด์ และทีมรวมจากหลาย ๆ ชาติรวมทั้งคนไทย ชิงถ้วยHAMSAIRS

ปี พ.ศ.2454 มีการเริ่มเล่นครั้ง แรกที่ราชกรีฑาสโมสร Royal Bangkok Sport Club โดยกลุ่มสมาชิกของสโมสร ซึ่งเป็นชาวอังกฤษและชาวยุโรปที่เคยเล่นรักบี้ฟุตบอลมาก่อน และยังจัดให้มีการแข่งขันชิงถ้วย Hampshine ระหว่างสมาชิกของราชกรีฑาเอง โดยมีชุดเข้าแข่งขัน 3 ทีม คือEngland, Scotland และ The Rest ปี พ.ศ.2463 คนไทยที่ได้ไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษ และได้เคยเล่นรักบี้ฟุตบอลเมื่อกลับมาก็ได้ไปร่วมเล่นอยู่ที่ราชกรีฑาสโมสร ได้แก่ คุณล้วน ณ ระนอง ซึ่งเคยเล่นในทีมของ มหาวิทยาลัยOxford และได้เสื้อสามารถ (Grey hound) หม่อมเจ้าศักสตาวัส จักรพันธ์ หม่อมเจ้าประสพศรี จีระประวัติ พระสุทัศน์ พงศ์พิสุทธิ์ และหม่อมเจ้าจันทร์จิรายุวัฒน์ รัชนี ในปีเดียวกันนี้เองได้มีการแข่งขันระหว่างทีม Penang Sport Club กับทีม Royal Bangkok Sport Club ขึ้นเพื่อชิงถ้วย Davyเป็นการแข่งขันแบบทีมเหย้าทีมเยือน โดยผลัดกันเป็นเจ้าภาพฝ่ายละปี ในราวปี พ.ศ. 2473 นักรักบี้ฟุตบอลที่เป็นคนไทยที่ไปศึกษา ณ ประเทศอังกฤษได้กลับมามากขึ้น ก็ได้ช่วยกันวางรากฐานกีฬารักบี้ฟุตบอลให้แก่คนไทย และในปีเดียวกันก็ได้ มีการแข่งขันทำนองเดียวกับ Davy Club ขึ้น ระหว่างทีม Royal Bangkok Sport Club กับทีมCercle Sport if Saigonais และในระยะนี้ก็ได้มีทีมรักบี้ฟุตบอลที่เป็นคนไทย เช่น ทีมกรมไปรษณีย์ของพระสุทัศน์และทีมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

2014/11/13

กีฬา Rugby สิ่งที่มีประโยชน์และเป็นสิ่งที่คนยุคปัจจุบันจะต้องได้สัมผัสและฝึกฝน


รักบี้ ฟุตบอล มีต้นกำเนิดที่ไม่แน่ชัด แต่ที่จุดเริ่มต้นให้มีการเล่นตามรูปแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันก็มาจาก โรงเรียนรักบี้ จากโรงเรียนนี้เกมได้แพร่หลายและมาไกลจนถึงเมืองไทย

สำหรับรักบี้ในเมืองไทยนั้น เริ่มต้นด้วยชาวยุโรปโดยเฉพาะชาวอังกฤษที่เข้ามาทำการค้าหรือเข้ามาเป็นครู ในโรงเรียนของรัฐ ได้นำรักบี้เข้ามาเล่น โดยใช้สถานที่เล่นคือทุ่งพระสุเมรุ (ท้องสนามหลวงปัจจุบัน) ต่อมาปี 2444 พระพุทธเจ้าหลวงได้ให้ใช้ที่ดินว่างเปล่าที่ทุ่งสระปทุมวันเป็นที่เล่นกีฬา ของชาวต่างชาติที่อยู่ในเมืองไทย โดยใช้ชื่อว่า “ราชกรีฑาสโมสร” เกิดเป็นสโมสรกีฬาหลายชนิดมาถึงปี 2452 มีการเล่นรักบี้อย่างจริงจัง ทุกวันเสาร์โดยขั้นแรกเป็นการเล่นกันเองระหว่างต่างชาติล้วนๆหลังจากนั้นคน ไทยที่ไปศึกษายังประเทศอังกฤษและเล่นรักบี้ที่นั่นเมื่อกลับมาเมืองไทยได้ เข้าร่วมเล่นเรื่อยมา ครั้นต่อมาเมื่อมีจำนวนคนไทยและที่ไม่ใช่คนอังกฤษเล่นมากขึ้น ได้รวมตัวกันตั้งเป็นทีมแข่งขัน กันเอง 3 ทีม คืออังกฤษ สก๊อตแลนด์ และทีมรวมจากหลาย ๆ ชาติรวมทั้งคนไทย ชิงถ้วย HAMSAIRS

การแข่งขันฟุตบอล ภายในของโรงเรียนรักบี้ ซึ่งตั้งอยู่ ณ เมืองรักบี้ ประเทศอังกฤษ ผู้เล่นคนหนึ่งชื่อ วิลเลียม เวบบ์ เอลลิส (William Webb Ellis)[1] ได้ทำผิดกติกาการแข่งขันที่วางไว้ โดยวิ่งอุ้มลูกบอลซึ่งตัวเขาเองไม่ได้เป็นผู้เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตู และได้วิ่งอุ้มลูกบอลไปจนถึงเส้นประตูฝ่ายตรงข้าม เขาจะจงใจหรือไม่ก็ตามแต่ แต่การเล่นที่นอกลู่นอกทางของเขาได้เป็นที่พูดถึงอย่างแพร่หลาย ในหมู่ผู้เล่นและผู้ดูจนแพร่กระจายไปตามโรงเรียนต่างๆในอังกฤษ โดยเฉพาะในหมู่นักเรียนของโรงเรียนเคมบริดจ์ ได้นำเอาวิธีการเล่นของ นายอีลลีส ไปจัดการแข่งขันโดยเรียกชื่อเกมชนิดใหม่นี้ว่า รักบี้เกมส์ (Rugby Games) ภายหลังจากนั้นก็เป็นที่นิยมเล่นกันมากขึ้น ทั้งได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขการเล่นเรื่อยมาในประเทศอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1823 จึงถือได้ว่า รักบี้ฟุตบอลปกติอาจทำแต้มด้วยการวางทรัยหรือเตะ

เครื่องแต่งกายในการเล่นรักบี้
เครื่องแต่งกายของผู้เล่นรักบี้  คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้เล่นสวมใส่ เสื้อ กางเกงขาสั้นและกางเกงชั้นในและถุงเท้า เครื่องแต่งกายเพิ่มเติมของผู้เล่น ก.ผู้เล่นอาจจะสวมวัสดุที่ยิดหยุ่นและสามารถทำความสะอาดได้ ข.ผู้เล่นอาจจะสวมใส่เครื่องป้องกันหน้าแข้ง ภายในถุงเท้า ค.ผู้เล่นอาจจะใส่สนับข้อเท้าภายในถุงเท้า ซึ่งไม่ยาวเกิน 1 ส่วน 3 ของความยาวของหน้าแข้ง ง.ผู้เล่นอาจจะสวมถุงมือ ชนิดไม่มีนิ้ว จ.ผู้เล่นอาจจะสวมที่รองไหล่ที่ทำด้วยวัสดุที่นุ่มและบาง ซึ่งอาจจะเน้นติดกับเสื้อ ซึ่งไม่หนาเกิน 1 ซม. ฉ.ผู้เล่นอาจจะใส่ฟันยาง ช.ผู้เล่นอาจจะสวมเครื่องป้องกันศรีษะ ที่ทำจากวัสดุนุ่มและบาง ซ.ผู้เล่นอาจจะใช้ผ้าพันแผลเพื่อปิดแผลได้ ฌ.ผู้เล่นอาจจะพันผ้าเทปหรือวัสดุอื่น เพื่อป้องกันการบาดเจ็บได้ ปุ่มรองเท้า ก.ปุ่มรองเท้าต้องเป็นไปตามมาตรฐาน British Standard BS6366 1983 หรือมาตรฐานเทียบเท่า ข.ปุ่มรองเท้าต้องเป็นรูปทรงกลม และติดแน่นที่พื้นรองเท้า ค.ปุ่มของรองเท้าต้องมีขนาดดังนี้ ไม่ยาวเกิน 18 มม. วัดจากพื้น เส้นผ่าศูนย์กลางปลายปุ่มอย่างน้อย 10 มม.เส้นผ่าศูนย์กลางของฐานปุ่มอย่างน้อย 13 มม. เส้นผ่าศูนย์กลางของวงแหวนสวมเกลียวของปุ่มอย่างน้อย 20 มม ง.พื้นรองเท้าที่มีหลายปุ่มใช้ได้ แต่ต้องไม่แหลม