2015/02/13

รักบี้ฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 29

การแข่งขันกีฬาเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัย หลายคนมักจะนึกถึงงานฟุตบอลประเพณีระหว่างจุฬา-ธรรมศาสตร์ น้อยคนนักที่จะรู้จักและทราบถึงประวัติความเป็นมาของกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นงานกีฬาประเพณีที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนานที่จัดขึ้นครั้งแรกในเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2503 โดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดการแข่งขันด้วยพระองค์เอง ได้พระราชทานถ้วยรางวัล “มหิดล” แก่ผู้ชนะในการแข่งขัน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนกระทั้งเมื่อปี พ.ศ.2527 (ครั้งที่ 22) ได้จัดการแข่งขันขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายและงดทำการแข่งขันไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2528-2548 และได้เริ่มจัดการแข่งขันขึ้นใหม่ในปี พ.ศ.2549 ถือเป็นการจัดการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 23 มาจนถึงปัจจุบัน โดยทั้งสองมหาวิทยาลัยผลัดกันเป็นเจ้าภาพ

ความเป็นมาของการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์นั้น เริ่มต้นโดยคณะกลุ่มบุคคลจากนักรักบี้ฟุตบอลที่เคยเป็นนิสิตนักศึกษาเก่าของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ร่วมกันจัดการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลประเพณีขึ้นโดยวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์และความสามัคคีของนักกีฬารักบี้ฟุตบอลของทั้งสองมหาวิทยาลัยและผู้เกี่ยวข้องซึ่งประกอบด้วย คณาจารย์ ศิษย์เก่า และนิสิตนักศึกษาปัจจุบัน ซึ่งทำหน้าที่ร่วมกันในการจัดการแข่งขันเป็นประจำทุกปีโดยหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันเป็นผู้จัดการแข่งขัน และเป็นแบบอย่างที่ดีในการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลให้แก่เยาวชนของชาติ ซึ่งผู้เข้าแข่งขันประกอบไปด้วยนิสิตหรือนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่หรือเคยศึกษาหรือจบการศึกษาแล้ว

เรียกได้ว่าเป็นการแข่งขันกีฬาระหว่างมหาวิทยาลัยที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมากทุกปี สำหรับงานฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ แต่ในปีนี้ มีอีกหนึ่งการแข่งขันที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นก็คือ งานรักบี้ฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 29 ซึ่งมีกำหนดแข่งขันในวันที่ 31 มกราคม 2558 ณ สนามกีฬา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต งานนี้ไม่ใช่แค่เกมกีฬาเท่านั้นที่น่าสนใจ เนื่องจากทั้ง 2 มหาวิทยาลัย ต่างก็มีการปล่อยโปสเตอร์โปรโมทกิจกรรมดังกล่าว มาประชันกันแบบไม่มีใครยอมใคร โดยทางฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้มีการเผยโปสเตอร์นักรักบี้หนุ่มหุ่นหล่อล่ำ มาดเท่แบบนักกีฬามาเอาใจสาวๆ

2015/01/17

การช่วยส่งเสริมให้กีฬารักบี้ฟุตบอลกลับมาเป็นที่นิยมในเมืองไทย

Category: เรื่องธุรกิจ — Tags: – admin @ 2:13 pm

สำหรับการเล่นกีฬานั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายทุกชนิดกีฬา และรักบี้นั้นถือเป็นกีฬาหนึ่งที่มีประโยชน์เหมือนกัน และยังเป็นการสร้างความสามัคคีกันในทีม สำหรับรักบี้ในเมืองไทย ถือว่ามีต้นกำเนิดมายาวนาน และจะมีการแข่งขันมาเรื่อยๆอีกไม่นานก็จะมีการแข่งขันเกิดขึ้นโดย ดีเอชแอล บริษัทผู้นำระดับโลกในธุรกิจขนส่งด่วนระหว่างประเทศ ล่าสุดประกาศร่วมเป็นพันธมิตรด้านลอจิสติกส์อย่างเป็นทางการในการแข่งขัน “รักบี้เวิลด์คัพ 2015” โดยเปิดตัวโครงการเพื่อชิงรางวัล “นำส่งลูกรักบี้” สำหรับแฟนรักบี้ชาวไทยรุ่นเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 8 – 15 ปีบริบูรณ์

สำหรับการแข่งขัน “รักบี้เวิลด์คัพ 2015” จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 ซึ่งเป็นการแข่งขันรักบี้ชิงชนะเลิศของโลก ที่จัดขึ้นทุก 4 ปี โดยมีประเทศอังกฤษเป็นประเทศเจ้าภาพในปี 2558 ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2558

การแข่งขันทั้งสิ้นจะมีรอบแบ่งกลุ่ม 40 สนาม และรอบแพ้คัดออกอีก 8 สนาม โดยประเทศที่เล่นรักบี้ทั้ง 48 ชาติจะได้รับโอกาสให้ส่งเด็ก 1 คนพร้อมด้วยพ่อหรือแม่ หรือผู้ปกครองของเด็ก เข้าร่วมการโปรโมทการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย รางวัลสำหรับเด็กผู้โชคดีนั้น นอกจากการนำส่งลูกรักบี้ที่ใช้ในการแข่งขันอย่างเป็นทางการไปยังกรรมการผู้ตัดสินในสนาม ผู้ชนะยังจะได้รับตั๋วเข้าชมการแข่งขัน 2 ที่นั่ง ชุดอุปกรณ์การแข่งขันรักบี้ เวิลด์ คัพของดีเอชแอล (DHL RWC) ที่รวมถึงชุดยูนิฟอร์ม ลูกรักบี้ ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ และตั๋วเครื่องบินเพื่อต่อเครื่องไปยังเมืองและสถานที่ที่มีการแข่งขัน ที่พัก 2 คืน ของขวัญสมนาคุณพร้อมรูปถ่ายที่ระลึกในการนำส่งลูกรักบี้ไว้เป็น “ความทรงจำที่มีค่า”

ดีเอชแอลและสมาคมรักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วางแผนการทำโรดโชว์ ไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ นครราชสีมา ขอนแก่น ภูเก็ต เพื่อโปรโมทการแข่งขันให้ทั่วถึง เพื่อให้แน่ใจว่าเยาวชนที่อาศัยอยู่นอกกรุงเทพจะได้รับรู้ข่าวสาร และมีโอกาสเท่าเทียมกันในการเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ อนึ่ง กระบวนการในการค้นหาและตัดสินผู้ชนะจะเป็นไปอย่างโปร่งใสและได้มาตรฐาน

รักบี้เป็นกีฬาที่กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก ที่เล่นกันอย่างแพร่หลายในกว่า 100 ประเทศ และมีผู้ชมการถ่ายทอดการแข่งขันนัดสุดท้ายของรักบี้ เวิลด์ คัพ 2011 ถึง 102 ล้านคนทั่วโลก

เกี่ยวกับรักบี้ เวิลด์ คัพ
รักบี้ เวิลด์ คัพถือเป็นตัวขับเคลื่อนทางด้านการเงิน ที่อยู่เบื้องหลังการลงทุนและความก้าวหน้าอย่างไม่คาดคิดของกีฬารักบี้ทั่วทุกมุมโลก ส่วนเกินสุทธิจากรักบี้ เวิลด์ คัพที่ได้จากความสำเร็จทางการค้าและโฆษณาในฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ. 2550 และนิวซีแลนด์เมื่อปี พ.ศ. 2554 เอื้ออำนวยให้ทางคณะกรรมการรักบี้นานาชาติสามารถลงทุนไปกว่า 150 ล้านปอนด์ในช่วงปี พ.ศ. 2552 – 2555 และยังมีศักยภาพที่จะระดมเงินทุนเพิ่มลงไปอีกกว่า 180 ล้านปอนด์ ในการแข่งขันที่จัดขึ้นระหว่าปี พ.ศ. 2556 – 2559 เป็นการรับประกันให้เกิดกิจกรรมการระดมทุนครั้งใหญ่มากมาย ดังเช่น การให้เงินช่วยเหลือประจำปีแก่สหภาพรักบี้แห่งชาติทั้งหลาย และให้การส่งเสริมการลงทุนในด้านแผนพัฒนาต่างๆ โดยมุ่งประเด็นไปที่การสนับสนุนในด้านความก้าวหน้า และการเพิ่มจำนวนการแข่งขันระหว่างสมาชิกของสหภาพที่มีอยู่ 117 ประเทศ ซึ่งสหภาพนั้นนับเป็นองค์กรหนึ่งของคณะกรรมการ รักบี้นานาชาติ

2014/12/18

จุดกำเนิดการเล่นรักบี้ในเมืองไทยและเริ่มต้นได้อย่างไร

Category: เรื่องธุรกิจ — admin @ 5:34 pm

15

สำหรับรักบี้ในเมืองไทยนั้น เริ่มต้นด้วยชาวยุโรปโดยเฉพาะชาวอังกฤษที่เข้ามาทำการค้าหรือเข้ามาเป็นครูในโรงเรียนของรัฐ ได้นำรักบี้เข้ามาเล่น โดยใช้สถานที่เล่นคือทุ่งพระสุเมรุ (ท้องสนามหลวงปัจจุบัน) ต่อมาปี 2444 พระพุทธเจ้าหลวงได้ให้ใช้ที่ดินว่างเปล่าที่ทุ่งสระปทุมวันเป็นที่เล่นกีฬาของชาวต่างชาติที่อยู่ในเมืองไทย โดยใช้ชื่อว่า “ราชกรีฑาสโมสร” เกิดเป็นสโมสรกีฬาหลายชนิดมาถึงปี 2452 มีการเล่นรักบี้อย่างจริงจัง ทุกวันเสาร์โดยขั้นแรกเป็นการเล่นกันเองระหว่างต่างชาติล้วนๆหลังจากนั้นคนไทยที่ไปศึกษายังประเทศอังกฤษและเล่นรักบี้ที่นั่นเมื่อกลับมาเมืองไทยได้เข้าร่วมเล่นเรื่อยมา ครั้นต่อมาเมื่อมีจำนวนคนไทยและที่ไม่ใช่คนอังกฤษเล่นมากขึ้น ได้รวมตัวกันตั้งเป็นทีมแข่งขัน กันเอง 3ทีม คืออังกฤษ สก๊อตแลนด์ และทีมรวมจากหลาย ๆ ชาติรวมทั้งคนไทย ชิงถ้วยHAMSAIRS

ปี พ.ศ.2454 มีการเริ่มเล่นครั้ง แรกที่ราชกรีฑาสโมสร Royal Bangkok Sport Club โดยกลุ่มสมาชิกของสโมสร ซึ่งเป็นชาวอังกฤษและชาวยุโรปที่เคยเล่นรักบี้ฟุตบอลมาก่อน และยังจัดให้มีการแข่งขันชิงถ้วย Hampshine ระหว่างสมาชิกของราชกรีฑาเอง โดยมีชุดเข้าแข่งขัน 3 ทีม คือEngland, Scotland และ The Rest ปี พ.ศ.2463 คนไทยที่ได้ไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษ และได้เคยเล่นรักบี้ฟุตบอลเมื่อกลับมาก็ได้ไปร่วมเล่นอยู่ที่ราชกรีฑาสโมสร ได้แก่ คุณล้วน ณ ระนอง ซึ่งเคยเล่นในทีมของ มหาวิทยาลัยOxford และได้เสื้อสามารถ (Grey hound) หม่อมเจ้าศักสตาวัส จักรพันธ์ หม่อมเจ้าประสพศรี จีระประวัติ พระสุทัศน์ พงศ์พิสุทธิ์ และหม่อมเจ้าจันทร์จิรายุวัฒน์ รัชนี ในปีเดียวกันนี้เองได้มีการแข่งขันระหว่างทีม Penang Sport Club กับทีม Royal Bangkok Sport Club ขึ้นเพื่อชิงถ้วย Davyเป็นการแข่งขันแบบทีมเหย้าทีมเยือน โดยผลัดกันเป็นเจ้าภาพฝ่ายละปี ในราวปี พ.ศ. 2473 นักรักบี้ฟุตบอลที่เป็นคนไทยที่ไปศึกษา ณ ประเทศอังกฤษได้กลับมามากขึ้น ก็ได้ช่วยกันวางรากฐานกีฬารักบี้ฟุตบอลให้แก่คนไทย และในปีเดียวกันก็ได้ มีการแข่งขันทำนองเดียวกับ Davy Club ขึ้น ระหว่างทีม Royal Bangkok Sport Club กับทีมCercle Sport if Saigonais และในระยะนี้ก็ได้มีทีมรักบี้ฟุตบอลที่เป็นคนไทย เช่น ทีมกรมไปรษณีย์ของพระสุทัศน์และทีมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

2014/11/13

กีฬา Rugby สิ่งที่มีประโยชน์และเป็นสิ่งที่คนยุคปัจจุบันจะต้องได้สัมผัสและฝึกฝน


รักบี้ ฟุตบอล มีต้นกำเนิดที่ไม่แน่ชัด แต่ที่จุดเริ่มต้นให้มีการเล่นตามรูปแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันก็มาจาก โรงเรียนรักบี้ จากโรงเรียนนี้เกมได้แพร่หลายและมาไกลจนถึงเมืองไทย

สำหรับรักบี้ในเมืองไทยนั้น เริ่มต้นด้วยชาวยุโรปโดยเฉพาะชาวอังกฤษที่เข้ามาทำการค้าหรือเข้ามาเป็นครู ในโรงเรียนของรัฐ ได้นำรักบี้เข้ามาเล่น โดยใช้สถานที่เล่นคือทุ่งพระสุเมรุ (ท้องสนามหลวงปัจจุบัน) ต่อมาปี 2444 พระพุทธเจ้าหลวงได้ให้ใช้ที่ดินว่างเปล่าที่ทุ่งสระปทุมวันเป็นที่เล่นกีฬา ของชาวต่างชาติที่อยู่ในเมืองไทย โดยใช้ชื่อว่า “ราชกรีฑาสโมสร” เกิดเป็นสโมสรกีฬาหลายชนิดมาถึงปี 2452 มีการเล่นรักบี้อย่างจริงจัง ทุกวันเสาร์โดยขั้นแรกเป็นการเล่นกันเองระหว่างต่างชาติล้วนๆหลังจากนั้นคน ไทยที่ไปศึกษายังประเทศอังกฤษและเล่นรักบี้ที่นั่นเมื่อกลับมาเมืองไทยได้ เข้าร่วมเล่นเรื่อยมา ครั้นต่อมาเมื่อมีจำนวนคนไทยและที่ไม่ใช่คนอังกฤษเล่นมากขึ้น ได้รวมตัวกันตั้งเป็นทีมแข่งขัน กันเอง 3 ทีม คืออังกฤษ สก๊อตแลนด์ และทีมรวมจากหลาย ๆ ชาติรวมทั้งคนไทย ชิงถ้วย HAMSAIRS

การแข่งขันฟุตบอล ภายในของโรงเรียนรักบี้ ซึ่งตั้งอยู่ ณ เมืองรักบี้ ประเทศอังกฤษ ผู้เล่นคนหนึ่งชื่อ วิลเลียม เวบบ์ เอลลิส (William Webb Ellis)[1] ได้ทำผิดกติกาการแข่งขันที่วางไว้ โดยวิ่งอุ้มลูกบอลซึ่งตัวเขาเองไม่ได้เป็นผู้เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตู และได้วิ่งอุ้มลูกบอลไปจนถึงเส้นประตูฝ่ายตรงข้าม เขาจะจงใจหรือไม่ก็ตามแต่ แต่การเล่นที่นอกลู่นอกทางของเขาได้เป็นที่พูดถึงอย่างแพร่หลาย ในหมู่ผู้เล่นและผู้ดูจนแพร่กระจายไปตามโรงเรียนต่างๆในอังกฤษ โดยเฉพาะในหมู่นักเรียนของโรงเรียนเคมบริดจ์ ได้นำเอาวิธีการเล่นของ นายอีลลีส ไปจัดการแข่งขันโดยเรียกชื่อเกมชนิดใหม่นี้ว่า รักบี้เกมส์ (Rugby Games) ภายหลังจากนั้นก็เป็นที่นิยมเล่นกันมากขึ้น ทั้งได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขการเล่นเรื่อยมาในประเทศอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1823 จึงถือได้ว่า รักบี้ฟุตบอลปกติอาจทำแต้มด้วยการวางทรัยหรือเตะ

เครื่องแต่งกายในการเล่นรักบี้
เครื่องแต่งกายของผู้เล่นรักบี้  คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้เล่นสวมใส่ เสื้อ กางเกงขาสั้นและกางเกงชั้นในและถุงเท้า เครื่องแต่งกายเพิ่มเติมของผู้เล่น ก.ผู้เล่นอาจจะสวมวัสดุที่ยิดหยุ่นและสามารถทำความสะอาดได้ ข.ผู้เล่นอาจจะสวมใส่เครื่องป้องกันหน้าแข้ง ภายในถุงเท้า ค.ผู้เล่นอาจจะใส่สนับข้อเท้าภายในถุงเท้า ซึ่งไม่ยาวเกิน 1 ส่วน 3 ของความยาวของหน้าแข้ง ง.ผู้เล่นอาจจะสวมถุงมือ ชนิดไม่มีนิ้ว จ.ผู้เล่นอาจจะสวมที่รองไหล่ที่ทำด้วยวัสดุที่นุ่มและบาง ซึ่งอาจจะเน้นติดกับเสื้อ ซึ่งไม่หนาเกิน 1 ซม. ฉ.ผู้เล่นอาจจะใส่ฟันยาง ช.ผู้เล่นอาจจะสวมเครื่องป้องกันศรีษะ ที่ทำจากวัสดุนุ่มและบาง ซ.ผู้เล่นอาจจะใช้ผ้าพันแผลเพื่อปิดแผลได้ ฌ.ผู้เล่นอาจจะพันผ้าเทปหรือวัสดุอื่น เพื่อป้องกันการบาดเจ็บได้ ปุ่มรองเท้า ก.ปุ่มรองเท้าต้องเป็นไปตามมาตรฐาน British Standard BS6366 1983 หรือมาตรฐานเทียบเท่า ข.ปุ่มรองเท้าต้องเป็นรูปทรงกลม และติดแน่นที่พื้นรองเท้า ค.ปุ่มของรองเท้าต้องมีขนาดดังนี้ ไม่ยาวเกิน 18 มม. วัดจากพื้น เส้นผ่าศูนย์กลางปลายปุ่มอย่างน้อย 10 มม.เส้นผ่าศูนย์กลางของฐานปุ่มอย่างน้อย 13 มม. เส้นผ่าศูนย์กลางของวงแหวนสวมเกลียวของปุ่มอย่างน้อย 20 มม ง.พื้นรองเท้าที่มีหลายปุ่มใช้ได้ แต่ต้องไม่แหลม

2014/10/16

ธุรกิจการตลาดกีฬา Rugby

Category: เรื่องธุรกิจ — Tags: – admin @ 6:35 pm

นับตั้งแต่ต้นทศวรรษ 2520 เป็นต้นมา การกีฬาระหว่าง ประเทศเติบโตและรุ่งเรืองจนก่อให้เกิดธุรกิจนานาประเภท นับตั้งแต่ ธุรกิจอุปกรณ์กีฬา ธุรกิจเครื่องแต่งกายและรองเท้ากีฬา ธุรกิจสนาม กีฬา และธุรกิจโทรทัศน์ รวมตลอดจนธุรกิจการตลาดกีฬา Rugby

การแข่งขันกีฬามิใช่เรื่องของการออกกำลังกายเพื่อพลานามัยเพียงโสดเดียวอีกต่อไป หากแต่ในตัวของมันเองแปรเปลี่ยนเป็น สินค้า กระบวนการแปรการแข่งขันกีฬาให้เป็นสินค้า (Commodi-fication) นอกจากเป็นผลจากการเติบโตของพลังเศรษฐกิจ ทุนนิยมแล้ว ยังเป็นผลของกระบวนการโทรทัศนานุวัตรอีก ด้วย โทรทัศน์ช่วยให้กีฬาหลายต่อหลายประเภทถีบตัว ขึ้นมาเป็นกีฬาสากลหรือกีฬาโลก (Global Sports) โดยที่โลกทั้งโลกเป็นตลาดผู้ชมการแข่งขันกีฬาเหล่านี้ การจัดการแข่งขันกีฬาสากลหรือกีฬาโลกจึงต้องมีการ จัดการด้านการตลาด เพราะต้องใช้เงินทุนในการจัดการแข่งขันมาก และเกี่ยวพันกับผลประโยชน์จำนวนมหาศาล

ด้วยเหตุดังที่กล่าวข้างต้นนี้ ธุรกิจการตลาดกีฬา หรือ Sports Marketing Business จึงก่อเกิดขึ้น ซึ่งยังผลให้มีการพัฒนาความรู้ในสาขาวิชาการตลาดกีฬาด้วย ธุรกิจดังกล่าวนี้มักผนวกเข้ากับธุรกิจ สื่อมวลชนหรือ Media Business รวมกันเรียกว่า ธุรกิจการตลาดและ การสื่อสารกีฬา หรือ Sports Media and Marketing Business

ธุรกิจการตลาดกีฬามีกิจกรรมหลักในการรับจ้างจัดการด้าน การตลาดให้แก่การแข่งขันกีฬา ทั้งระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับภายในประเทศ การแข่งขันกีฬาระดับโลก ได้แก่ การแข่งขันโอลิมปิก การแข่งขันฟุตบอลโลก การแข่งขันรักบี้ฟุตบอลโลก การแข่งขันคริกเก็ตโลก การแข่งขันวอลเลย์บอลโลก การแข่งขันกรีฑา โลก การแข่งขันว่ายน้ำโลก ฯลฯ การแข่งขันระดับภูมิภาค ได้แก่ Asian Games, SEA Games เป็นต้น ส่วนการแข่งขันระดับภายใน ประเทศสำหรับกีฬาประเภทมีการถ่ายทอดโทรทัศน์ทั่วโลก ดังเช่นการแข่งขันฟุตบอลโลก Premier League (อังกฤษ) Calcio Serie A (อิตาลี) Premiera Liga (สเปน) Bundesliga (เยอรมนี) ฯลฯ การแข่งขันฟุตบอลอเมริกันในสหรัฐอเมริกา การแข่งขันบาสเกตบอล NBA ในสหรัฐอเมริกา เป็นต้น การแข่งขันระดับภายในประเทศ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องภายในประเทศโดยแท้ มิได้มีการถ่ายทอด โทรทัศน์ในระดับสากล การแข่งขันฟุตบอล Thailand League นับเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน